Posted by : Unknown วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2556

  1. แผลเป็นมีหลายชนิด แบ่งได้จากสี (สีแดง สีดำ สีขาว หรือสีผิวปกติ) และความนูน (นูน เรียบ หลุม) แต่ละชนิดรักษาต่างกัน
  2. แผล เป็นที่มีลักษณะนูนแดง รักษาได้ด้วยการฉีดยาร่วมกับการทำเลเซอร์ แต่ต้องทำหลายครั้ง ทุก 2-4 สัปดาห์ จนกว่าจะเรียบและเปลี่ยนเป็นสีผิวปกติ
  3. แผล เป็นที่มีลักษณะเรียบหรือเป็นหลุมสีแดง เช่น รอยแดงสิว รักษาได้ด้วยการทำเลเซอร์ หรือรอนาน 6-9 เดือน ความแดงจะค่อย ๆ จางลงจนเป็นสีผิวปกติ
  4. แผล เป็นที่มีสีดำ สามารถใช้ยาทาที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ arbutin licorice kojic acid vit C เพื่อให้จางลงได้ ทำ treatment หรือเลเซอร์กรอผิว
  5. แผลเป็นที่มีสีอ่อนกว่าสีผิวปกติ รักษายากที่สุด ถึงแม้ทำเลเซอร์กรอผิวก็ได้ผลไม่ค่อยดีนัก และต้องทำหลายครั้ง
  6. แผล เป็นที่เป็นหลุม หรือมีผิวขรุขระไม่เรียบ รักษาได้ด้วยฟิลเลอร์ เลเซอร์กรอผิว หรือคลื่นความถี่วิทยุชนิดที่ทำให้เกิดแผล แต่ต้องทำหลายครั้ง
  7. แผลเป็นที่เป็นใหม่ ๆ ยังมีรอยแดงอยู่ อาจใช้กรดวิตะมินเอทาเพื่อลดการเกิดแผลเป็นนูนได้ แต่ถ้าแผลเป็นนานเกิน 3 เดือนแล้วมักไม่ได้ผล
  8. ครีมหลายอย่างที่โฆษณาว่ารักษาแผลเป็นได้ ที่จริงมีงานวิจัยแค่ว่าทำให้แผลเป็นนุ่มขึ้นเท่านั้น ไม่สามารถทำให้แผลเป็นหายไปได้
  9. แผลเป็นไม่ว่าจะเป็นแบบไหน รักษายาก ใช้เวลานานทั้งนั้น ทางที่ดีที่สุดคือป้องกันการเกิดแผลเป็น
  10. เมื่อมีแผลใหม่ ๆ ไม่ควรไปยุ่งกับมัน อย่าแคะ แกะ เกา หรือพยายามให้สะเก็ดลอกหลุดเร็วเกินไป เพราะจะทำให้กลายเป็นแผลเป็นได้ง่าย
  11. เมื่อมีแผลต้องระวังการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนบนแผลนั้น ไม่ควรเอาสารอะไรแปลก ๆ มาพอกไว้บนแผล เพราะอาจทำให้แผลสกปรกติดเชื้อได้
  12. ถ้าแผลดูบวมแดง หรือมีหนอง ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อสั่งยาปฏิชีวนะ แผลที่ยิ่งอักเสบติดเชื้อ จะเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นมากขึ้น


ที่มา : ทวิตเตอร์คุณหมอ @DrRungsima
(ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงรังสิมา วณิชภักดีเดชา)
 เรียบเรียงโดย : กันต พัฒน์ (www.facebook.com/iGuntaPhat)

- Copyright © I KAN TALK -Metrominimalist- Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -