ทดสอบ

ทดสอบๆๆอดอ้อเืทาา
วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2558
Posted by Unknown

การเขียนจดหมาย

การเขียนจดหมาย
ในปัจจุบัน โลกมีการพัฒนาการสื่อสารทางโทรคมนาคมได้สะดวก และรวดเร็ว แต่การสื่อสารอีกชนิดที่ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งก็คือ การเขียนจดหมาย เพราะสามารถเขียนได้ทุกเวลา ทุกโอกาส เก็บไว้ได้นาน จดหมายของบุคคลสำคัญจะเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในอนาคต และจดหมายที่เขียนดีมีคุณค่าก็อาจเป็นวรรณกรรมได้
หลักการเขียนจดหมาย
การเขียนจดหมายควรยึดหลักสำคัญ ดังต่อไปนี้

ขนาดซอง
การใช้ซองขนาดมาตรฐาน ปัจจุบันที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งจะมีซองจดหมายจำหน่าย นับว่าเป็นซองที่มีขนาดเหมาะสม โดยทั่วไปมี ๒ แบบ ดังนี้
      ๑.  ซองสั้น มีขนาด ๓.๕ x ๖ นิ้ว ถึง ๔.๕ x ๗ นิ้ว
      ๒.  ซองยาวมีขนาด ๔.๒๕ x ๙ นิ้ว

การจ่าหน้าซองมีหลักการ ดังนี้
๑  ที่อยู่ของผู้รับ ต้องเรียงลำดับจากส่วนย่อยไปหาส่วนใหญ่ ได้แก่
   -  ที่ นามสกุลของผู้รับ ถ้าเป็นจดหมายสำคัญ เช่น มีธนาณัติสอดอยู่ด้วย ต้องระบุคำนำหน้าชื่อผู้รับ
   -  บ้านเลขที่ ซอย หรือตำบล
   -  ถนนที่ตั้ง
   -  ตำบลหรือเเขวง
   -  อำเภอหรือเขต
   -  จังหวัดและรหัสไปรษณีย์
๒. ที่อยู่ของผู้ส่ง เรียงลำดับเช่นเดียวกับผู้รับ จะเขียนไว้ด้านบนซ้ายของตนเอง
๓. คำขึ้นต้น
   -  ถ้าเป็นจดหมายส่วนตัว อาจใช้คำว่า "กรุณาส่ง" หรือ "นามผู้รับ"
   -  ถ้าเป็นจดหมายราชการหรือจดหมายธุรกิจนิยมใช้ "เรียน"
   -  จดหมายถึงพระสงฆ์ทั่วไปใช้ "นมัสการ"
๔. เเสตมป์ ต้องติดสเเตมป์ตามราคาที่กรมไปรษณีย์ฯ กำหนด เพราะถ้าติดไม่ครบ ผู้รับจะถูกปรับเป็น ๒ เท่าของราคาเเสตมป์ที่ขาดไป
การเขียนตามเเบบแผนที่นิยม
ลักษณะการเขียนจดหมายตามเเบบเเผนที่นิยม ได้แก่
๑.  คำขึ้นต้น ต้องเหมาะแก่ฐานะและตำแหน่งหน้าที่
๒.  การวางรูปแบบจดหมาย ควรจัดวางให้มีสัดส่วนพอเหมาะกับหน้ากระดาษ โดยเว้นด้านหน้าประมาณ ๑ นิ้ว และเว้นด้านหลังประมาณครึ่งนิ้ว
๓.  สำนวนภาษาที่ใช้ในการเขียน ต้องคำนึงถึงความสุภาพ เขียนถูกต้องเหมาะแก่ฐานะ และความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
๕.  ถ้าต้องการอวยพรให้เพื่อนหรือญาติผู้ใหญ่ในตอนท้ายของจดหมาย ควรอ้างถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ เพื่อทำให้คำอวยพรมีความขลังและสละสลวย
๖. คำลงท้าย ต้องใช้ให้ถูกต้องเเละเหมาะแก่ฐานะและบุคคล
รูปแบบของจดหมาย
๑.  รูปแบบของการวางรูปจดหมาย
     ๑.๑  ที่อยู่ของผู้เขียน อยู่ตรงมุมบนขวาของหน้ากระดาษ โดยเริ่มเขียนจากกึ่งกลางหน้ากระดาษ โดยเริ่มเขียนจากประมาณกึ่งกลางหน้ากระดาษ
     ๑.๒  วันเดือนปี เขียนเยื้องที่อยู่ผู้เขียนมาข้างหน้าเล็กน้อย
     ๑.๓  คำขึ้นต้น อยู่ด้านซ้ายห่างจากขอบกระดาษประมาณ ๑ นิ้ว และเป็นเเนวชิดด้านซ้ายสุดของเนื้อความ
     ๑.๔  เนื้อความ เริ่มเขียนโดยย่อหน้าเล็กน้อย และควรขึ้นย่อหน้าใหม่เมื่อขึ้นเนื้อความใหม่ นอกจากนี้ต้องเว้นวรรคตอนให้ถูกต้องด้วย
     ๑.๕  คำลงท้าย อยู่ตรงกับวันเดือนปีที่เขียน
     ๑.๖  ชื่อผู้เขียน เยื้องลงมาทางขวามือ ถ้าเขียนจดหมายถึงบุคคลที่ไม่คุ้ยเคย ควรวงเล็บชื่อที่เขียนเป็นตัวบรรจงด้วย ถ้าเป็นจดหมายราชการต้องบอกยศตำแหน่งของผู้ส่งด้วย
รูปแบบของจดหมาย
                                                                                                                              (ที่อยู่ผู้เขียน)......................
                                                      (วันที่)......................(เดือน)....................(พ.ศ.)......................
(คำขึ้นต้น)...................................
(เนื้อความ)................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
                                                      (คำลงท้าย)...........................................
                                                       ชื่อผู้เขียน)..........................
รูปแบบของคำขึ้นต้น สรรพนาม คำลงท้าย
ในการเขียนจดหมายต้องคำนึงถึงการเขียนคำขึ้นต้น คำลงท้าย และสรรพนามให้ถูกต้อง ดังนี้
ผู้รับ คุณพ่อ,คุณเเม่
คำขึ้นต้น กราบเท้า...ที่เคารพอย่างสูง
สรรพนาม (ผู้เขียน) ลูก, หนู, ผม, กระผม, ดิฉัน หรือใช้ชื่อเล่นเเทน
สรรพนาม (ผู้รับ) คุณพ่อ คุณเเม่
คำลงท้าย ด้วยความเคารพรักอย่างสูง
ผู้รับ ญาติผู้ใหญ่
คำขึ้นต้น กราบเท้า....ที่เคารพอย่างสูง หรือ กราบเรียน...ที่เคารพอย่างสูง
สรรพนาม (ผู้เขียน) หลาน, ผม, กระผม, ดิฉัน, หนู, หรือใช้ชื่อเล่นแทน
สรรพนาม (ผู้รับ) คุณปู่, คุณย่า, คุณตา, คุณยาย, คุณลุง, คุณป้า, คุณน้า, คุณอา
คำลงท้าย ด้วยความเคารพอย่างสูง
ผู้รับ พี่หรือเพื่อนที่อาวุโสกว่า
คำขึ้นต้น เรียนคุณพี่ที่เคารพ หรือ กราบ...ที่เคารพ
สรรพนาม (ผู้เขียน) น้อง, ผม, ดิฉัน, หนู, หรืออาจใช้ชื่อเล่นเเทน
สรรพนาม (ผู้รับ) คุณพี่, คุณ ...
คำลงท้าย ด้วยความเคารพ, ด้วยความเคารพรัก
ผู้รับ น้อง หรือเพื่อน
คำขึ้นต้น ...น้องรัก หรือ คุณ ... ที่รัก หรือ (ชื่อเล่น) ที่รัก
สรรพนาม (ผู้เขียน) ฉัน พี่
สรรพนาม (ผู้รับ) เธอ, คุณ, น้อง
คำลงท้าย ด้วยความรัก, ด้วยความรักยิ่ง, รักเเละคิดถึง
ผู้รับ บุคคลทั่วไป
คำขึ้นต้น เรียนคุณ...ที่นับถือ หรือ เรียนผู้จัดการบริษัท ... จำกัด
สรรพนาม (ผู้เขียน) ผม, ดิฉัน
สรรพนาม ผู้รับ) คุณ, ท่าน
คำลงท้าย ของเเสดงความนับถือ
ผู้รับ พระภิกษุทั่วไป
คำขึ้นต้น นมัสการ...
สรรพนาม (ผู้เขียน) ผม,กระผม, ดิฉัน
สรรพนาม (ผู้รับ) ท่าน, พระคุณท่าน, ใต้เท้า, พระคุณเจ้า
คำลงท้าย ขอนมัสการมาด้วยความเคารพอย่างสูง

ตัวอย่าง จดหมายลาครู
                                                                                                                        ๑๓๒/๑๒ ถนนพระรามที่ ๖
                                                                                                                         เเขวงสามเสนใน เขตพญาไท
                                                                                                                         กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐
                                                               
                                                                    ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๐

เรียน อาจารย์ที่ปรึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖/๑

                   เนื่องจากดิฉันได้ลื่นหกล้มที่บ้าน  ตั้งเเต่เย็นวันเสาร์ที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๐ ดิฉันมีอาการเจ็บปวด และข้อเท้าบวมมาก วันรุ่งขึ้นได้ไปตรวจที่โรงพยาบาล หมอบอกว่าเอ็นข้อเท้าขาด ขอให้หยุดเดิน และพักรักษาตัวประมาณ ๑ สัปดาห์
                   ดิฉันจึงเรียนมาเพื่อขออนุญาตลาป่วย เป็นเวลา ๓ วัน ตั้งเเต่วันที่ ๑๘ สิงหาคม ถึง วันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๐ เมื่อครบกำหนดเเล้ว ดิฉันจะมาเรียนตามปกติ

                                                                   ด้วยความเคารพอย่างสูง
                                                                      พิริยา ราชธารินทร์

                                            ขอรับรองว่าข้อความที่เด็กหญิงพิริยาเขียนเป็นความจริงทุกประการ
                                                                 (นายอารยะ ราชธารินทร์)
                                                                            ผู้ปกครอง


ตัวอย่าง จดหมายถึงญาติผู้ใหญ่

                                                                                                                      โรงเรียนเลิศวิทย์ อ.ปากเกร็ด
                                                                                                                       จ. นนทบุรี ๑๑๑๒๐

                                                                    ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๐

กราบเท้าคุณพ่อคุณเเม่ที่เคารพรักอย่างสูง
       
          ผมได้รับเงิน ๕๐๐ บาท ที่คุณพ่อกรุณา ๒๐๐ บาท ส่วนอีก ๓๐๐ บาท ผมนำมารวมไว้ในค่าใช้จ่ายประจำวันครับ
          ผมจะเล่าเรื่องการไปเที่ยวเขาเขียวที่จังหวัดชลบุรรีให้คุณพ่อคุณเเม่ฟังนะครับ คณะของเราออกเดินทางจากโรงเรียนตั้งเเต่ ๖ โมงเช้า เพื่อมุ่งหน้าไปจังหวัดชลบุรี อาจารย์ผู้ดูแลบอกเราว่า การที่เราออกเดินทางเเต่เช้านี้เพราะรถไม่ติด เเละเราจะได้ถือโอกาสดูพระอาทิย์เเรกขึ้นด้วย
          เราไปถึงชลบุรี ๗ โมงกว่าๆ เราแวะกินข้าวเช้ากันที่ตลาดหนองมน หลังจากนั้น เราก็มุ่งหน้าไปเขาเขียวซึ่งเป็นสวนสัตว์เปิดเลยทีเดียว
          ที่เรียกว่าสวนสัตว์เปิดนั้น คงเป็นเพราะเขาไม่ได้จับสัตว์ขังไว้ในกรงเหมือนเขาดินวนา เเต่เขาปล่อยให้สัตว์ดำรงชีวิตค่อนข้างเสรีอยู่ในพื้นที่กว้างขวาง อย่างนกก็ทำกรงใหญ่มากๆ เป็นตาข่ายคลุมไว้เท่านั้น ข้างในตาข่ายก็มีต้นไม้และธรรมชาติต่างๆ เหมือนในป่า ผมได้เห็นหมีตัวใหญ่กำลังสอนลูกของมันให้ตะปบเหยื่อ ผมยังคิดถึงแมวที่บ้านเราเลยครับ เเมวมันสอนลูกของมันให้จับหนูอย่างนี้เลยครับ
          ขากลับผมเพิ่งสังเกตเห็นสองข้างทางบริเวณเขาเขียว มีต้นไม้ร่มครึ้มพอสมควร อาจารย์เล่าว่าสมัยก่อนต้นไม้มีมากกว่านี้อีก ผมคิดว่าถึงเวลาที่เเล้วที่คนไทยจะต้องช่วยกันรักษาป่าและสัตว์ป่า เพราะที่ไหนมีต้นไม้ ที่นั่นก็มีอากาศบริสุทธิ์สดชื่นดีจริงๆ เลยครับ
          ผมต้องกราบขอบพระคุณคุณพ่ออีกครั้งที่กรุณาให้ผมไปทัศนศึกษาในครั้งนี้ ทำให้ผมได้เห็นสิ่งแปลกๆ และได้พบธรรมชาติอันน่าหวงแหนของเราครับ
                                       
                                                                     ด้วยความเคารพอย่างสูง
                                                                        ภาณุวัฒน์ กีรติกุญชร

ตัวอย่าง จดหมายถึงเพื่อน

                                                                                                              ๖๓ หมู่ ๑ ต.ตาคลี
                                                                                                               อ. ตาคลี จ.นครสวรรค์
                                                                                                               ๖๐๑๔๐

                                                                       ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๐

กบเพื่อนรัก

         ปีใหม่นี้คิดว่าจะได้เจอกบที่บ้าน เลยไม่ได้เขียนจดหมายมาก่อน แต่เมื่อไปที่บ้านกบแล้วจึงทราบว่า กบมีกิจกรรมที่ต้องทำอยู่กรุงเทพฯ เราเลยเขียนจดหมายมาเพื่อจะถือโอกาสสวัสดีปีใหม่ด้วย
         เราได้รับจดหมายจากแหววเมื่อวานนี้เอง แหววเล่าว่าเขาเขียนเรียงความเรื่อง "พ่อของลูก" ได้รับรางวัลที่ ๑ ด้วยนะ เราก็อดคิดถึงกบไม่ได้ เพราะกบเขียนเรียงความเก่งไม่เเพ้เเหวว ไม่รู้ว่าจะไปเป็ฯที่หนึ่งในกรุงด้วยหรือเปล่า
         ตอนนี้เเถวบ้านเรามีรถบรรทุกพืชไร่วิ่งกันทั้งวันทั้งคืน ฝุ่นค่อนข้างมาก เเต่มันก็เป็นสิ่งจำเป็นที่พวกเราต้องอดทนกันมานาน กบคงไม่ต้องเจอฝุ่นอย่างบ้านเราใช่ใหม เเต่ที่กบเคยเล่าว่ากรุงเทพฯ ไม่มีฝุ่นมากอย่างบ้านเราก็จริง แต่มีสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้น คือ มีควันจากท่อไอเสียไง เราก็เลยพยายามปลอบใจตัวเองว่าถึงบ้านเราจะมีฝุ่นเเต่ก็เป็นฝุ่นที่มีอันตรายน้อย
         เรายังไม่มีอะไรจะเล่ามากนั้น ช่วงนี้ก็เตรียมตัวดูหนังสือสอบ เพราะจะต้องสอบระหว่างภาคในอีกไม่กี่วันนี้เเล้ว เราหวังว่ากบก็คงกำลังเตรียมตัวอย่างหนักใช่ไหม กบเคยบอกเราว่า กบต้องพยายามเรียน เพราะเรามาจากต่างจังหวัดอย่าให้ใครดูถูกได้ใช่ไหม
         สุดท้ายนี้ เราขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย โปรดดลบันดาลให้กบมีความสุข เรียนเก่ง และสอบได้คะเเนนดีๆ นะจ๊ะ

                                                                          รักและคิดถึง
                                                                        ยลรตี สิริวรวิทย์

วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
Posted by Unknown

อันตรายจากสารปรอทในเครื่องสำอางค์

  1. ปรอทเป็นสารอันตราย ที่มีคนนำมาใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางเพื่อทำให้ผิวขาว ลดจุดด่างดำ หรือรักษาฝ้า
  2. ปรอท มีฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ที่ใช้ในการสร้างเม็ดสี จึงทำให้ผิวขาวขึ้น และยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย จึงป้องกันสิวได้
  3. ปรอท เป็นสารต้องห้ามไม่ให้ผสมในเครื่องสำอางหรือครีม เนื่องจากเป็นสารอันตราย เมื่อทาครีมที่มีปรอทเป็นส่วนผสม ปรอทจะถูกดูดซึมผ่านผิวหนังได้
  4. เมื่อปรอทถูกดูดซึมเข้าสู่ผิวหนัง จะสะสมอยู่ในร่างกายทำลายไต ระบบประสาท และเยื่อบุทางเดินทางใจ ทำให้เสียชีวิตได้
  5. ปรอท จะทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ทั้งสมองและไขสันหลัง ทำให้เสียการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย และเสียการรับรู้ เช่น การมองเห็น การได้ยิน
  6. การทำลายอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายที่เกิดจากปรอท เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ไม่สามารถรักษาหรือทำให้กลับมาดีเหมือนเดิมได้
  7. ถ้ามารดาที่ตั้งครรภ์ได้รับสารปรอท ปรอทจะดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย และไปสู่ทารก ทำให้เด็กมีสมองพิการและปัญญาอ่อน
  8. ถ้าทาครีมที่มีส่วนผสมของสารปรอทเป็นเวลานาน ผิวจะบาง แดง แพ้ เกิดผื่นระคายเคือง เล็บที่สัมผัสกับครีมจะบางลง
  9. ถ้า ต้องการตรวจสอบว่าครีมที่ใช้มีสารปรอทหรือไม่ ให้เอาครีมมาถูกับทองคำแท้ 5-10 นาที ถ้าครีมเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลดำ แสดงว่ามีสารปรอทอยู่
  10. ถ้าต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอันตรายจากสารปรอท อ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่ ค่ะ
  11. ควรระวังการซื้อเครื่องสำอางหรือครีมหน้าขาวหรือรักษาสิวที่ไม่ผ่าน อย. เพราะอาจมีสารอันตราย เช่น ปรอท เจือปนอยู่


ที่มา : ทวิตเตอร์คุณหมอ @DrRungsima
(ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงรังสิมา วณิชภักดีเดชา)
เรียบเรียงโดย : กันต พัฒน์ (www.facebook.com/iGuntaPhat)
วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2556
Posted by Unknown

การเลือกใช้ moisturizer

  1. Moisturizer มีหลายชนิด เช่น Oil, Cream, Lotion, Gel ซึ่งมีอัตราส่วนของน้ำมันต่อน้ำเรียงจากมากไปน้อย อีกชนิดที่พบได้บ่อยคือ Serum
  2. Serum จะมีสารactive ingredients ปริมาณมาก ซึมเข้าสู่ผิวได้ดี เหมาะกับคนที่ต้องการบำรุงเป็นพิเศษ หรือใช้เป็นยาเพื่อการรักษา
  3. Moisturizer ชนิด Oil มีน้ำมันผสมอยู่อย่างเดียว โดยไม่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ คล้ายกับเอาน้ำมันมาทาหน้า ไม่เป็นที่นิยมใช้ เพราะเหนียวเหนอะหนะ
  4. Moisturizer ชนิด Cream มีส่วนผสมของน้ำมัน > น้ำ เหมาะกับคนผิวแห้ง เพราะให้ความชุ่มชื้นจากการมีน้ำมันเป็นส่วนผสม
  5. Moisturizer ชนิด Lotion มีส่วนผสมของน้ำ > น้ำมัน ทำให้ active ingredient ออกฤทธิ์และดูดซึมเขาสู่ผิวได้ดีขึ้น เหมาะกับคนผิวธรรมดาถึงมัน
  6. Moisturizer ชนิด Gel มีแต่ส่วนผสมของน้ำกับ active ingredient โดยไม่มีน้ำมัน จึงเหมาะกับคนผิวมัน แต่การดูดซึมเข้าผิวมักไม่ค่อยดี


ที่มา : ทวิตเตอร์คุณหมอ @DrRungsima
(ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงรังสิมา วณิชภักดีเดชา)
เรียบเรียงโดย : กันต พัฒน์ (www.facebook.com/iGuntaPhat)
Posted by Unknown

การรักษาแผลเป็น

  1. แผลเป็นมีหลายชนิด แบ่งได้จากสี (สีแดง สีดำ สีขาว หรือสีผิวปกติ) และความนูน (นูน เรียบ หลุม) แต่ละชนิดรักษาต่างกัน
  2. แผล เป็นที่มีลักษณะนูนแดง รักษาได้ด้วยการฉีดยาร่วมกับการทำเลเซอร์ แต่ต้องทำหลายครั้ง ทุก 2-4 สัปดาห์ จนกว่าจะเรียบและเปลี่ยนเป็นสีผิวปกติ
  3. แผล เป็นที่มีลักษณะเรียบหรือเป็นหลุมสีแดง เช่น รอยแดงสิว รักษาได้ด้วยการทำเลเซอร์ หรือรอนาน 6-9 เดือน ความแดงจะค่อย ๆ จางลงจนเป็นสีผิวปกติ
  4. แผล เป็นที่มีสีดำ สามารถใช้ยาทาที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ arbutin licorice kojic acid vit C เพื่อให้จางลงได้ ทำ treatment หรือเลเซอร์กรอผิว
  5. แผลเป็นที่มีสีอ่อนกว่าสีผิวปกติ รักษายากที่สุด ถึงแม้ทำเลเซอร์กรอผิวก็ได้ผลไม่ค่อยดีนัก และต้องทำหลายครั้ง
  6. แผล เป็นที่เป็นหลุม หรือมีผิวขรุขระไม่เรียบ รักษาได้ด้วยฟิลเลอร์ เลเซอร์กรอผิว หรือคลื่นความถี่วิทยุชนิดที่ทำให้เกิดแผล แต่ต้องทำหลายครั้ง
  7. แผลเป็นที่เป็นใหม่ ๆ ยังมีรอยแดงอยู่ อาจใช้กรดวิตะมินเอทาเพื่อลดการเกิดแผลเป็นนูนได้ แต่ถ้าแผลเป็นนานเกิน 3 เดือนแล้วมักไม่ได้ผล
  8. ครีมหลายอย่างที่โฆษณาว่ารักษาแผลเป็นได้ ที่จริงมีงานวิจัยแค่ว่าทำให้แผลเป็นนุ่มขึ้นเท่านั้น ไม่สามารถทำให้แผลเป็นหายไปได้
  9. แผลเป็นไม่ว่าจะเป็นแบบไหน รักษายาก ใช้เวลานานทั้งนั้น ทางที่ดีที่สุดคือป้องกันการเกิดแผลเป็น
  10. เมื่อมีแผลใหม่ ๆ ไม่ควรไปยุ่งกับมัน อย่าแคะ แกะ เกา หรือพยายามให้สะเก็ดลอกหลุดเร็วเกินไป เพราะจะทำให้กลายเป็นแผลเป็นได้ง่าย
  11. เมื่อมีแผลต้องระวังการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนบนแผลนั้น ไม่ควรเอาสารอะไรแปลก ๆ มาพอกไว้บนแผล เพราะอาจทำให้แผลสกปรกติดเชื้อได้
  12. ถ้าแผลดูบวมแดง หรือมีหนอง ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อสั่งยาปฏิชีวนะ แผลที่ยิ่งอักเสบติดเชื้อ จะเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นมากขึ้น


ที่มา : ทวิตเตอร์คุณหมอ @DrRungsima
(ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงรังสิมา วณิชภักดีเดชา)
 เรียบเรียงโดย : กันต พัฒน์ (www.facebook.com/iGuntaPhat)
Posted by Unknown

สิวอุดตัน

1) สิวอุดตันเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การที่ผิวหนังชั้นขี้ไคลมาอุดตันหรือปิดรูขุมขน ทำให้น้ำมันที่ผลิตจากต่อมไขมันไม่สามารถขับออกมาได้

2) สิวอุดตันอาจเกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์กับผิวที่มีความมัน หรือมีสารที่ไปอุดตันรูขุมขน หรือเกิดจากการที่ผิวมีการระคายเคืองได้

3) แนวทางในการรักษาอุดตันมี 2 วิธี คือ การป้องกันการเกิดสิวอุดตัน และการรักษาสิวอุดตันที่เป็นอยู่แล้ว

4) การป้องกันการเกิดสิวอุดตัน ทำได้โดยการล้างหน้าให้สะอาด และหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เกิดการอุดตัน

5) การล้างหน้าให้สะอาดทำได้โดย ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับล้างเครื่องสำอาง (กรณีที่แต่งหน้า) หรือผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะกับผิว

6) การตรวจสอบว่าล้างหน้าสะอาดหรือไม่ ให้ลองใช้สำลีแผ่นชุบน้ำเช็ดหน้าหลังล้างหน้าเสร็จ ถ้ายังมีคราบติดสำลีออกมา แสดงว่ายังล้างหน้าไม่สะอาด

7) ถ้าสงสัยว่าเกิดสิวอุดตันจากการใช้เครื่องสำอาง ให้เลือกเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า non-comedogenic เท่านั้น จะช่วยลดสิวอุดตันได้

8) การทายารักษาสิวอุดตัน อาจต้องพบแพทย์ เพราะจะได้เลือกให้เหมาะสมกับสภาพผิวของคนไข้แต่ละราย เช่น กรดวิตะมินเอ กรดแลคติก และกรดซาลิซิลิก

9) อย่างไรก็ตามการทายาเพียงอย่างเดียวก็ไม่เพียงพอสำหรับการรักษาสิวอุดตัน ต้องป้องกันร่วมด้วย ไม่งั้นก็จะเกิดสิวอุดตันใหม่ได้อีก

10) ไม่ควรใช้เลเซอร์ยิงเพื่อเปิดหัวสิวอุดตันแล้วกดออก เพราะความร้อนจากเลเซอร์จะทำให้เกิดรอยแดง รอยดำ ตามมาได้ แถมยังราคาแพง

11) ถ้าจะกดสิวอุดตัน ควรทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญ เพราะมีความเสี่ยงที่จะทำให้สิวอักเสบมากขึ้น เกิดรอยแดง รอยดำ และหลุมสิวตามมา ซึ่งรักษายาก

12) การกดสิวอย่างถูกวิธีทำได้โดยใช้เข็มปราศจากเชื้อสะกิดหัวสิว แล้วใช้เครื่องมือเฉพาะในการกด และต้องกดอย่างเบามือ จะได้ไม่ทำให้ผิวช้ำ


ที่มา : ทวิตเตอร์คุณหมอ @DrRungsima
(ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงรังสิมา วณิชภักดีเดชา)

เรียบเรียงโดย : กันต พัฒน์ (www.facebook.com/iGuntaPhat)
Posted by Unknown

- Copyright © I KAN TALK -Metrominimalist- Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -